วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คาร์บอมบ์ ถล่มโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี

คาร์บอมบ์ถล่มโรงแรมอันดับ 1 ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ รปภ.ตาย 1 บาดเจ็บอีกนับสิบ รวมทั้งสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นเจ้าของโรงแรมด้วย



รร.ซีเอส ปัตตานี
รร.ซีเอส ปัตตานี
เกิดเหตุระเบิดครั้งรุนแรงที่ บริเวณลานจอดรถหน้าโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี โรงแรมอันดับหนึ่งของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.ที่ผ่านมา โดยจุดที่เกิดเหตุระเบิดอยู่ห่างจากล็อบบี้ของโรงแรมเพียง 15 เมตร แรงระเบิดทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ข้างเคียงพังยับเยินหลายคัน และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของโรงแรมเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกนับสิบคน รวมทั้ง นายอนุศาสตร์ สุวรรณมงคล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เจ้าของโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้มีการลำเลียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาลปัตตานี ซึ่งในจำนวนผู้บาดเจ็บ มีผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปัตตานีของเครือเนชั่นรวมอยู่ด้วย ขณะเดียวกันก็อพยพแขกของโรงแรมออกจากห้องพักทั้งหมด เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าไปตรวจสอบภายใน เพราะเกรงว่าจะมีการวางระเบิดซ้อนอีก 1 ลูก

อนึ่ง สำหรับโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี ไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงมาก่อน และเป็นโรงแรมที่ได้ชื่อว่าปลอดภัยที่สุดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกครั้งที่มีการจัดประชุมสัมมนาจากหน่วยราชการหรือเอกชนในส่วนกลาง ก็มักเลือกโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี เป็นที่พักอยู่เสมอ

รายงานข่าวแจ้งว่า เหตุระเบิดครั้งนี้น่าจะเป็นแผนการของกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่ต้องการใช้ระเบิดที่ติดตั้งในรถยนต์ หรือคาร์บอมบ์ ก่อเหตุครั้งรุนแรงพร้อมกันทั้ง 2 จังหวัด คือปัตตานีและยะลา เพราะเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เพิ่งเกิดระเบิดจากรถยนต์ที่ขนวัตถุระเบิด 2 ลูกกลางเมืองยะลา เป็นเหตุให้คนขับรถซึ่งมีประวัติเป็นแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบเสียชีวิตคาที่

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เจ้าของโรงแรมบุกร้อง ผบ.ตร. เปลี่ยน วิสุทธิ์ สอบคลิปโฟร์-มด!!

อ้างไม่มั่นใจเหตุชอบกล่าวหาจัดฉากนำผู้ต้องหามามอบตัว ยันไม่มีส่วนในการถ่ายคลิป ขณะที่กมธ.คุ้มครองผู้บริโภคอัดจ.ขอนแก่นเพิกเฉยไม่จัดการโรงแรม จวกเอื้อประโยชน์ให้คนผิดรอดพ้น ปั่นราคาคลิปหลุดดารา เกิร์ลลี่ฯ สูงเรือนแสน ด้านสมาชิกวงเกิร์ลลี่ฯ รับมีคลิปแอบถ่ายจริงไม่คิดมากยันข่าวมั่วมาก

วิสุทธิ์ วานิชบุตร
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร
ผบก.ปดส
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายธิติพูลนิติพร อายุ 23 ปีเจ้าของโรงแรมรื่นรมย์ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุคดีคลิปดารานักร้อง โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร และ มด คุณัชญา ชัยรัตน์ ศิลปินดูโอสังกัดบริษัท อาร์เอส โปรโมชั่น พร้อมด้วยนายสมชัย พูลนิติพร บิดา เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.พัชรวาทวงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อร้องขอความเป็นธรรมเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริง และขอให้เปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบคดี

นายธิติกล่าวว่า จากข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัว รวมถึงธุรกิจได้รับความเสียหาย ไม่มีคนมาเข้าพักที่โรงแรม ขณะเดียวกัน การที่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปดส.ออกมาให้สัมภาษณ์ซ้ำๆหลายครั้ง ถึงกรณีเป็นคนนำตัวนายธีระชัย หรืออู๊ด มูลรัตน์ อายุ 28 ปีนายวิชาญ หรือโด้ ปะถิระนันท์ อายุ 34 ปีพ่อครัวโรงแรม และนายรุ่งโรจน์ หรือตี๋ ตันศิริ อายุ 32 ปีเจ้าหน้าที่ รปภ.ของโรงแรมมามอบตัวว่าทั้งหมดเป็นการจัดฉาก ทำให้ถูกมองว่า เป็นผู้กระทำผิด จึงมาขอความเป็นธรรม อยากให้ ผบ.ตร.สั่งการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ให้กระจ่างขณะเดียวกันไม่มั่นใจในตัว พล.ต.ต.วิสุทธิ์จึงอยากให้เปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบคดี

ข่าวที่ออกไปล้วนแต่บิดเบือนความเป็นจริงทุกอย่าง อย่างกรณีที่ผมได้แสดงความบริสุทธิ์โดยได้นำตัวผู้ที่กระทำผิดทั้ง 3 คนมอบให้แก่ทางตำรวจ ซึ่งเขาได้ยอมรับกับผมเองว่าเป็นคนถ่ายคลิปดังกล่าว แต่ทาง พล.ต.ต.วิสุทธิ์กลับออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ มิหนำซ้ำยังมีการให้สัมภาษณ์รายวัน ทำให้ตัวผมและธุรกิจได้รับความเสียหาย จึงอยากให้ ผบ.ตร.ให้ความเป็นธรรมเร่งสืบสวนข้อเท็จจริง นายธิติกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมถึงเชื่อว่าทั้ง 3 คนเป็นผู้ที่ถ่ายคลิปมีหลักฐานอะไรมายืนยันหรือไม่ นายธิติ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สืบสวนด้วยตัวเอง ซึ่งทุกคนมีตัวตนจริง ส่วนเรื่องที่ในภายหลังทุกคนออกมาปฏิเสธ ตรงนี้อยากให้ ผบ.ตร.สอบสวนส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะกลัวว่าจะถูกตำรวจเปิดโปงทั้ง 3 คนที่นำมามอบตัวเป็นแพะนั้นขอยืนยันว่า หากกลัวคงไม่ออกมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ทั้งนี้ ยืนยันว่าทางโรงแรมไม่มีส่วนรู้เห็นกับการถ่ายคลิปดังกล่าวแต่อย่างใด

วันเดียวกันคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมายัง จ.ขอนแก่น พร้อมเรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองผู้บริโภคกรณีการเกิดเหตุการณ์ถ่ายคลิปวิดีโอโฟร์-มดในโรงแรมรื่นรมย์ ที่ห้องประชุมเสียงแคน ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายธนา ชีรวินิช รองประธานกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคคนที่ 1 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในที่ประชุมว่า จากเหตุการณ์แอบถ่ายคลิปวิดีโอฉาวนักร้องสาวในโรงแรมรื่นรมย์ ทางจังหวัดขอนแก่นก็ทราบดีแต่ไม่ทำอะไร ดังนั้นจึงหมายความว่า ปล่อยปละละเลยไม่ใช้อำนาจดำเนินการอะไร และเป็นการเอื้อประโยชน์ให้คนผิดรอดพ้น ซึ่งถือว่าทางจังหวัดขอนแก่นอ่อนมาก กรรมาธิการฯ ติดตามตลอดว่าทำไมไม่มีหน่วยงานราชการเข้าไปดำเนินการอะไรเลย

"ดังนั้น ขอกำชับว่าทางจังหวัดต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับโรงแรมที่ทำผิดกฎหมายโรงแรมในลักษณะนี้ ปล่อยให้มีการแอบถ่ายคลิปผู้เข้าพักได้มันไม่ใช่เรื่องธรรมดา แล้วทางโรงแรมยังเปิดให้บริการลูกค้าอยู่ ทั้งที่มีการทำผิดละเมิดสิทธิบุคคลตามรัฐธรรมนูญอยู่อย่างนี้ ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องลหุโทษแล้ว นายธนากล่าว

ภายหลังการประชุมนายธนา พร้อมด้วย นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ประธานคณะกรรมาธิการ พ.ต.อ.รัชพล ยิ้มใหญ่ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และตัวแทนจากเทศบาลนครขอนแก่น เดินทางไปตรวจสอบภายในโรงแรมรื่นรมย์ถนนรื่นรมย์ อ.เมือง ขอนแก่น จากนั้นนายธนากล่าวอีกครั้งว่า จากการตรวจสอบโรงแรมรื่นรมย์พบว่าผิดระเบียบ เพราะดัดแปลงจากเดิมที่เป็นอพาร์ตเมนต์มาเป็นโรงแรม สภาพภายในไม่ได้มาตรฐาน เช่น ความสูงของห้องไม่ถึง 2.60 เมตร ตามที่กฎหมายกำหนด บริเวณหนีไฟและอุปกรณ์ดับเพลิง ที่ต้องติดตั้งไว้หัวหรือท้ายอาคาร ด้านซ้ายหรือขวาสุด แต่ทางโรงแรมกลับนำไปติดตั้งไว้บริเวณครัว และจากการตรวจสอบชั้นที่ 2-3 มีอุปกรณ์ดับเพลิงติดตั้งไว้บริเวณทางเดิน โดยไม่ได้ติดตั้งไว้บริเวณทางหนีไฟหัวท้ายอาคาร และถังดับเพลิงกว่าครึ่งของโรงแรมแห่งนี้ ไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้

ส่วนการตรวจสอบใบอนุญาตของโรงแรมรื่นรมย์พบว่าปกติต้องมีการต่อใบอนุญาตปีต่อปี และจะต้องมีเจ้าหน้าที่จากภาครัฐเข้ามาตรวจสอบทุกปี แต่ทางโรงแรมรื่นรมย์ไม่ต่อใบอนุญาตตามกฎหมาย เมื่อพบว่าผิดระเบียบอย่างนี้ ทางเทศบาลก็ไม่ได้ใส่ใจดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง ปล่อยให้เปิดบริการเรื่อยมา จนมีการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลขึ้น

นายธนากล่าวว่า นอกจากนี้พื้นที่โดยรอบของโรงแรม ยังมีการปล่อยให้บุคคลเดินเข้าออกตามช่องทางต่างๆ ได้โดยง่ายดาย จึงต้องถามเทศบาลนครขอนแก่นว่า เหมาะสมหรือไม่ที่เทศบาลออกใบอนุญาตให้ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะติดตามและตรวจสอบดูว่าเทศบาลจะดำเนินการสั่งปิด หรือดำเนินการอะไรหรือไม่ โดยจะให้เวลาเทศบาลดำเนินการภายในวันนี้ หากทางเทศบาลยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการอะไรกับโรงแรมรื่นรมย์ ทางกรรมาธิการจะดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดเอาผิดกับเทศบาลนครขอนแก่นต่อไป

ด้านนายพีระพล พัฒนพีระเดช นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น กล่าวว่า ตามที่ทางเทศบาลนครขอนแก่น เป็นผู้ออกใบอนุญาตให้โรงแรมรื่นรมย์นั้น ปกติ มีคณะกรรมการระดับจังหวัดดูแล โดยในส่วนของเทศบาลนครขอนแก่น จะมี ผอ.สำนักกองช่าง เป็นคณะกรรมการพิจารณาต่อใบอนุญาต ซึ่งเทศบาลจะเกี่ยวข้องในบางส่วน

"ผมพูดแบบตรงไปตรงมา อย่างกว้างๆ คืออะไรที่เกี่ยวข้องกับทางเทศบาลนครก็จะเข้าไปดูแล แต่อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องก็จะไม่เข้าไปวุ่นวาย โดยทางเทศบาลจะเข้าไปดูในเรื่องการต่ออายุ พ.ร.บ.อาคาร เท่านั้น ส่วนจะให้ปิดโรงแรม ทางเทศบาลคงทำไม่ได้ เพราะจะเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น" นายพีระพลกล่าว

ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎรเสนอให้เทศบาลดำเนินการสั่งปิดโรงแรมรื่นรมย์ หากไม่ทำตามจะเป็นผู้ดำเนินการเอง นั้น เรื่องนี้จะพูดสนุกปากไม่ได้ เพราะการทำงานจะต้องทำอย่างเป็นระบบ หากจะให้ปิดก็เป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ถ้าไปละเมิดสิทธิของคนอื่นแล้วตัวเองไม่รู้ตัว พอถึงจุดหนึ่ง แม้เราจะสำนึกผิด ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ และอาจกลายเป็นปัญหาทางสังคมตามมา โดยเฉพาะพนักงานโรงแรม ที่ต้องตกงาน

"ส่วนเรื่องการแอบถ่ายคลิปสองนักร้องสาวชื่อดัง โฟร์-มดใน จ.ขอนแก่น เป็นประเด็นที่สังคมตื่นตัวตกใจ สังคมพยายามจะหาคนผิดให้เป็นจำเลย และในความเป็นจริงก็มีการพิพากษาเป็นระยะๆ ผมไม่ต้องการเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องไปพิพากษาใคร ทั้งนี้ในข้อเท็จจริง เทศบาลก็ได้ทำตามหน้าที่ของตนเองที่มีอยู่แล้ว" นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่นกล่าว

ส่วนกระแสข่าวที่อ้างว่ามีคลิปของนักร้องวงเกิร์ลลี่เบอร์รี่ หลุดออกมาด้วยนั้น น.ส.ปิยา พงศ์กุลภา หรือ กิ๊บซ่า หนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลลี่ เบอร์รี่ ยืนยันว่า สมาชิกในวงทุกคนไม่เคยรู้ ไม่เคยคิดว่าจะมีคลิปดังกล่าว ไม่อยากไปคาดคะเนอะไรเพราะไม่อยากทำให้ตัวเองต้องคิดมาก ส่วนเรื่องที่มีข่าวออกมาว่าตนเป็นคนออกมายอมรับว่ามีคลิปแอบถ่ายจริง และได้เห็นภาพแล้วนั้น ตนไม่เคยให้สัมภาษณ์ และรู้สึกว่าเป็นข่าวที่มั่วมาก

"ยังไม่เคยให้สัมภาษณ์เลยว่าเห็นคลิปตัวเอง เรื่องที่หลายคนออกมาบอกว่าน่าจะมีคลิปของเกิร์ลลี่ เบอร์รี่ ด้วย เชื่อว่าเป็นการคาดคะเนกันมากกว่า เราเคยไปพักโรงแรมนั้นจริง แต่นานมากแล้ว ก่อนหน้าโฟร์-มดอีก เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ที่สำคัญตลอดทั้งปีนี้ เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ ก็โดนข่าวมาเยอะแล้ว ไม่อยากเจออีก และไม่คิดสร้างกระแสด้วยวิธีแบบนี้"กิ๊บซ่ากล่าว

ปั่นราคาคลิปหลุดดารา เกิร์ลลี่ฯ สูงเรือนแสน
4 สาว 'เกิร์ลลี่ เบอร์รี่'
4 สาว 'เกิร์ลลี่ เบอร์รี่'

จากการสำรวจตลาดมืดที่จำหน่ายและผลิตซีดีต้องห้าม ไม่ว่าจะเป็นบริเวณท่าน้ำนนท์ พันธุ์ทิพย์พลาซ่า ตะวันนา บางกะปิ เซียร์รังสิต และคลองถม พบว่าขณะนี้คลิปของ เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก แม้จะยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่ามีคลิปหลุดของนักร้องกลุ่มนี้หรือไม่ ล่าสุดมีการตั้งราคาให้คนที่มีเก็บไว้ถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว

เฮียเล็ก ผู้ค้าส่งซีดีในตลาดคลองถมมานานกว่า 10 ปี กล่าวว่า หลังจากมีกระแสข่าวออกมาว่ามีคลิปของวงเกิร์ลลี่ เบอร์รี่ ถูกแอบถ่าย ทำให้มีคนถามหาคลิปเข้ามายังตลาดมืดอย่างมาก เฮียเล็กบอกด้วยว่าถึงตอนนี้ไม่รู้ว่าใครได้ใครเสียกับกระแสข่าวที่ออกมา รู้เพียงอย่างเดียวว่าในตลาดมืดและแวดวงอินเทอร์เน็ตนั้น กำลังถึงช่วงกอบโกย ทุกคนต้องการคลิปชิ้นนี้มาก ล่าสุดหากใครมีคลิปจริงผู้ผลิตซีดียอมจ่ายให้เลยไม่ต่ำกว่าแสนบาท

"วันนี้ตลอดทั้งวันมีพ่อค้าที่รับซีดีไปจากผมโทรมาสอบถามทั้งวัน และมีการสั่งจองไว้ล่วงหน้าด้วย ยิ่งสื่อมีการประโคมข่าวมากเท่าไรก็เป็นผลดีต่อธุรกิจของพวกผม การที่สื่อนำเสนอข่าวก็เหมือนเป็นการประชาสัมพันธ์ ทำให้คนที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นอยากรู้อยากเห็น ต้องพยายามหาดูให้ได้ หมายความว่ายอดขายซีดีในตลาดมืดก็จะเพิ่มทวีคูณขึ้นไป"

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบไปยัง กอปรกิต อดีตเว็บมาสเตอร์เว็บไซต์ใต้ดินแห่งหนึ่งระบุตรงกันกับเฮียเล็กว่า ขณะนี้เว็บไซต์ที่ให้บริการดาวน์โหลดคลิปต้องห้ามกำลังต้องการคลิปของเกิร์ลลี่ เบอร์รี่มาก เพราะจะทำให้พวกเรามีรายได้เข้ามามหาศาลแค่ช่วงข้ามคืน โดยใช้วิธีอัพโหลดคลิปขึ้นเว็บไซต์ต่างประเทศ แล้วให้ลูกค้าโอนเงินผ่านมือถือ เพื่อแลกกับรหัสเข้าไปดาวน์โหลดคลิป ส่วนอีกวิธีก็คือการปั๊มแผ่นชายทางอินเทอร์เน็ต

กอปรกิตตีแผ่การทำการตลาดของธุรกิจประเภทนี้ โดยยกตัวอย่างกรณีซีดีแอนนาเมื่อ 2-3 ปีก่อน ลงข่าวหน้า 1 ทุกฉบับก็เกิดจากการวางแผนจากพ่อค้าแม่ค้าซีดีที่ส่งคลิปให้แก่สื่อมวลชน เพื่อเป็นการยืมมือให้ช่วยประโคมข่าว ซึ่งก็ได้ผล นอกจากคลิปดาราแล้วคลิปหลุดนักศึกษาก็เป็นที่ต้องการในตลาดมาก โดยบรรดาเอเย่นต์เหล่านี้จะพยายามกระตุ้นตลาดจากต่างจังหวัด หากสังเกตดูจะเห็นว่าคลิปหลุดและเป็นข่าวส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในต่างจังหวัดก่อน แล้วค่อยขยายเข้ามาใน กทม.เพราะผู้ผลิตรู้ว่าจะต้องส่งคลิปหรือข่าวประเภทนี้ให้ใครถึงจะเป็นข่าว

"คลิปโฟร์-มดนั้นมีมานานแล้วแถบภาคอีสาน ส่วนเกิร์ลลี่ เบอร์รี่นั้น ผมไม่รู้ว่าจะมีจริงหรือเปล่า อาจจริงก็ได้ แต่เชื่อว่าถ้าเร็วๆ นี้ไม่มีของจริงก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าหาคลิปหรือซีดีคนหน้าเหมือนนักร้องสาวออกมาตัดต่อหามุมที่ดูแล้วแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครออกมาขายก็ได้"

สำหรับคำถามที่ว่าผู้ผลิตรายใหญ่ที่ว่าเป็นผู้สร้างกระแสและปั่นราคาสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้เป็นใครกอปรกิตปฏิเสธที่จะกล่าวถึง ตลอดจนให้ความคิดเห็นว่าใครน่าจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้บ้าง

เพื่อนร.ต.ท.ยะลาคลั่งยันไม่เกี่ยวกับ คลิปโฟร์-มด

เหตุการณ์ร.ต.ท.บุญชวนจันทราวาส รอง สวป.สภ.บันนังสตาก่อเหตุสลดยิงตำรวจเพื่อนบ้านบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดที่ สภ.เมืองยะลา เมื่อวันที่ 28 กันยายน ล่าสุด แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บันนังสตากล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเครียดส่วนของ ร.ต.ท.บุญชวนที่เกิดความหวาดระแวง แต่จะเนื่องจากสาเหตุอะไรนั้น ก็ไม่มีใครทราบ ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 อาทิตย์เห็นว่ามีอาการเครียด มีอาการหวาดระแวง โดยเฉพาะเมื่อมีตำรวจรุ่นน้อง นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ ก็จะเดินเข้ามาถามว่านั่งดูอะไรกัน เมื่อตำรวจรุ่นน้องบอกว่า กำลังดูคลิปฉาวนักร้องดัง ร.ต.ท.บุญชวนก็ไม่เชื่อ พยายามให้เปิดคลิปทั้งหมดให้ดู เมื่อเปิดให้ดูแล้วก็ไม่มีอะไร

"ที่ดูกันไม่ใช่คลิปนักร้องนั้นเป็นเพียงรูปภาพที่ได้จากฟอร์เวิร์ดเมล ซึ่งเป็นรูปภาพคลิปหนีบกระดาษ เลข 4 แล้วก็ตัวมดซึ่งถ้าใครเคยได้รับฟอร์เวิร์ดเมลอันนี้ ก็จะนึกภาพออก ไม่ใช่คลิปแอบถ่ายนักร้องดัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ ร.ต.ท.บุญชวนคิดมากไปเอง และเกิดความหวาดระแวงว่า มีคนแอบถ่ายคลิปวิดีโอของภรรยาตัวเองเอาไว้ แล้วนำมาเผยแพร่ จริงๆ แล้วเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริง ร.ต.ท.บุญชวนคิดไปเองทั้งหมด" ตำรวจนายนี้กล่าว

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เพลิงไหม้โรงแรมดังในหาดอ่าวนาง

โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต นักท่องเที่ยวหนีอลหม่าน

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงแรมชื่อดัง หาดอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เพลิงลุกไหม้บริเวณชั้นสองของโรงแรมพระนางอินน์ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ นักท่องเที่ยวที่พักในโรงแรมวิ่งหนีอลหม่าน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถสกัดเพลิงไว้ได้

สันนิษฐานเบื้องต้น สาเหตุน่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร บริเวณห้องน้ำชั้น 1 ก่อนลุกลามไปยังชั้นที่ 2 ส่วนความเสียหายเบื้องต้น คาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท

วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

พนักงานโรงแรมเปิดศึกคนขับแท็กซี่เลือดอาบ

พนักงานโรงแรม กับแท็กซี่รับจ้าง เปิดศึกปะทะเดือด ผลปรากฏว่า ทั้งสองฝ่ายหัวแตก ถูกแทงได้รับบาดเจ็บตามร่างกายไปตามๆ กัน ก่อนที่จะถูก ตำรวจ-สห.เข้าระงับเหตุ

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 18 มี.ค. 51 ร.ต.ต.วัชระ คำสุข ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุ ยกพวกตกช่อยกันระหว่างคนขับแท็กซี่รับจ้างทั่วไป กับพนักงานโรงแรม ซีเคพัทยา ตั้งอยู่ริมถนนพัทยาสาย2 พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทำให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง และ สห.ทร.สัตหับ จ.ชลบุรี รีบรุดไปตรวจสอบทันที

เมื่อไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งอยู่หน้าโรงแรมดังกล่าวพบ พนักงานงานชายประจำโรงแรมจำนวน 3 คน และคนขับรถแท็กซี่รับจ้าง ที่ตั้งโต๊ะบริการอยู่หน้าโรงแรมดังกล่าว กำลังเปิดศึกตกช่อยกันอย่างชุลมุน โดยมีทั้งอาวุธมีดและไม้ จึงเข้าระงับเหตุ และควบคุมตัวคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเอาไว้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบสวนทราบชื่อพนักงานโรงแรมทั้งหมด คือ นายชาติชาย สุขเหล้า อายุ 17 ปี มีร่องรอยถูกต่อยจนเขียวช่ำที่ใบหน้า นายพงษ์ศักดิ์ สีอุด อายุ 24 ปี มีบาดแผลถูกมีดแทงกลางหลัง 1 แผง และ นายสุรเดช ชุมนุมดวง อายุ 17 ปี มีบาดแผลถูกแทงชายโครงซ้าย 1 แผล ส่วนคู่กรณีอีกฝ่ายซึ่งเป็นแท็กซี่รับจ้างสองพ่อลูก ทราบชื่อคือนายโอภาส กัญญาเงิน อายุ 53 ปี (พ่อ) ถูกไม้ตีจนมีบาดแผล กลางศีรษะท้ายทอย เป็นแผลฉกรรจ์ เลือดอาบหน้า และ นายเอก กัญญาเงิน อายุ 19 ปี ถูกต่อยใบหน้าฟกช้ำ ที่เกิดเหตุยึดไม้หน้าสาม 1 ด้ามและมีดพับได้ 1 เล่ม นอกจากนี้ยังพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า แอคคอร์ท สีขาว ทะเบียน 5 ธ-9658 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของ นายโอภาส ถูกทุบกระจกหลังจนแตกเสียหาย

จากการสอบสวนทราบว่า สาเหตุที่ทั้งสองฝ่ายเปิดศึกตกต่อยกันขึ้น เนื่องมากจาก นายเอก ซึ่งตั้งโต๊ะแท็กซี่รับจ้างที่หน้าโรงแรม ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับ นายสุรเดช ซึ่งเป็นพนักงานประจำโรงแรมดังกล่าว จนเรื่องบานปรายและเกิดการชกต่อยกันขึ้น ขณะนั้นนายชาติชาย และ นายพงศักดิ์ ทำงานอยู่ในโรงแรม เห็นเพื่อนมีเรื่องจึงเข้ามาช่วยกันรุมต่อย นายเอก จนได้รับบาดเจ็บ

กระทั่ง นายโอภาส ซึ่งเป็นพ่อของนายเอก เห็นลูกชายถูกรุมทำร้ายจึงเข้ามาช่วยพร้อมกับพกอาวุธมีดพับติดมือมา ทำให้กลุ่มพนักงานโรงแรม ถือไม้หน้าสามมาฟาดที่ศีรษะของ นายโอภาส ที่เข้ามาช่วยลูกชายจนศีรษะแตกเลือดอาบ แต่นายโอภาส ก็ใช้มีพับแทงจนฝ่ายคู่กรณี จนทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บไปด้วยเช่นกัน ส่วนรถยนต์เก๋งของ นายโอภาส ก็ถูกไม้ตีกระจกจนแตกเสียหายไปด้วยกัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาระงับเหตุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวคู่กรณ๊ทั้งสองฝ่ายโดยแจ้งข้อกล่าหากับคู่กรณีทั้งสองฝ่ายว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน จนได้รับบาดเจ็บ ควบคุมตัวผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ก่อนจะนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คนไทยดับ1เซ่นจลาจลมุมไบพบระเบิดในโรงแรมอื้อ

ตำรวจอินเดียตะลึง พบระเบิดในโรงแรม พลังทำลายล้างมหาศาล หลังทางการส่งหน่วยคอมมานโดบุกช่วยตัวประกันใน 2 โรงแรมออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมส่งหน่วยคอมมานโดบุกศูนย์ชาวยิวช่วยตัวประกัน กงสุลเผยคนไทยปลอดภัย แต่ยังติดต่อไม่ได้บางส่วน

ทางการอินเดียได้ตัดสินใจส่งหน่วยคอมมานโดบุกเข้าช่วยเหลือตัวประกันหลายร้อยคนในโรงแรมทัชมาฮาล และโรงแรมโอเบอรอย ไทรเดนท์ ในนครมุมไบ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศแล้วเมื่อกลางดึกวันที่ 27 พฤศจิกายน ต่อเนื่องมาจนถึงเช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน ภายหลังจากที่เหตุก่อวินาศกรรมสถานที่สำคัญๆ ในเมืองพร้อมกัน 10 จุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 143 คน บาดเจ็บอีกกว่า 300 คน ดำเนินมาครบ 24 ชั่วโมง

หน่วยคอมมานโดได้บุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูหราระดับ 5 ดาวทั้งสองแห่งอย่างละเอียด โดยเข้าค้นทีละห้องเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต และมือปืนที่ซุกซ่อนตัวอยู่ ก่อนจะประกาศว่าสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้วในช่วงเย็นวันศุกร์ โดยรายงานข่าวแจ้งว่าหน่วยคอมมานโดสามารถสังหารมือปืน 2 คน ในโรงแรมโอเบอรอย และยุติการโจมตีที่นั่นด้วยการพบศพ 24 ศพ และผู้รอดชีวิตหลายสิบคน

ตำรวจยังพบระเบิดจำนวนมากในโรงแรมที่หากเกิดระเบิดขึ้น จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่โรงแรมทัชมาฮาล โดยตำรวจเผยว่า พบกล่องระเบิดหลายกล่องในพื้นที่ 2 แห่งของโรงแรม โดยอยู่ในโรงแรมทั้งสองด้าน ซึ่งปริมาณระเบิดนั้นมีมากจนอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่โรงแรมได้หากเกิดระเบิดขึ้นจริง ทั้งนี้วัสดุที่พบนั้นมีทั้งระเบิดพลาสติกอาร์ดีเอ็กซ์ที่ใช้สำหรับกองทัพและการรื้อถอนอาคาร

นอกจากนี้ หน่วยคอมมานโดยังบุกศูนย์ชาวยิวซึ่งเชื่อว่ามือปืนได้จับคนจำนวนหนึ่งเอาไว้เป็นตัวประกัน โดยหน่วยคอมมานโดได้ทิ้งลงตัวจากเฮลิคอปเตอร์ในขณะที่หน่วยแม่นปืนเปิดฉากยิงเข้าใส่อาคารสูง 5 ชั้น จนสามารถควบคุมชั้นบนสุดสองชั้นเอาไว้ได้แล้ว ขณะที่ทูตอิสราเอลประจำอินเดียเชื่อว่าน่าจะมีตัวประกันอยู่ราว 9 คนข้างในนั้น และยังไม่ทราบชะตากรรม

ในส่วนของคนไทยนั้น นายเจษฎา ชวาลภาคย์ กงสุลใหญ่ไทย ณ นครมุมไบ ประเทศอินเดีย กล่าวว่า มีคนไทยทำงานอยู่ในโรงแรมโอเบอรอย 6 คน เป็นพ่อครัว 1 คน ทำงานอยู่ในสปา 5 คน ขณะนี้ นายวิกาล นามวิเศษ พ่อครัว ปลอดภัยและกลับไปอยู่ในบ้านพักแล้ว ส่วนหญิงไทยอีกหนึ่งคนคือ น.ส.นิพพร วัดสง ทราบว่าได้หลบหนีออกจากโรงแรมอย่างปลอดภัย แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

นายเจษฎา กล่าวว่า ขณะนี้สามารถติดต่อคนไทยได้อีก 2 คน คือ น.ส.พรทิมา ดวงทอง และ น.ส.ธัญญา แย้มอิ่ม พบว่าทั้งคู่ยังติดอยู่ในโรงแรมโอเบอรอยที่กลุ่มก่อการร้ายยึดไว้ โดยซ่อนตัวอยู่ร่วมกับชาวอินเดียอีก 2 คน บนชั้น 10 ขณะนี้ปลอดภัยดี แต่ยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้เพราะยังมีการสู้รบอยู่ในโรงแรม จึงได้กำชับให้อยู่บนห้องพักอย่าออกมาเป็นอันขาด ส่วนหญิงไทยอีก 2 คนทราบชื่อว่า น.ส.จิระฉัตร และ น.ส.กรรณิการ์ ไม่ทราบนามสกุล ยังติดต่อไม่ได้เพราะโทรศัพท์ไปแล้วไม่มีผู้รับสาย เกรงว่ามือถืออาจไม่อยู่กับตัว

นายเจษฎา กล่าวต่อว่า ที่โรงแรมทัชมาฮาลก็มีคนไทยอยู่ในโรงแรมขณะเกิดเหตุยิงกัน 2 คน คือ น.ส.อังศุมาลิน พิจารณสันต์ และนายคุณาวุฒิ ลิขิตอำนวยพร ซึ่งได้รับว่าจ้างให้มาตกแต่งโรงแรมในมุมไบ ทั้งสองคนอยู่ในโรงแรมขณะเกิดเหตุ จึงได้หมอบหลบลงใต้โต๊ะเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง แล้วจึงคลานตามพนักงานโรงแรมหลบหนีออกมาได้

กงสุลใหญ่ไทยกล่าวว่า ต้องปิดสำนักงานสถานกงสุลใหญ่ไทยเพราะอยู่ติดกับโรงแรมโอเบอรอยซึ่งไม่มีความปลอดภัย โดยได้ย้ายมาทำงานที่บ้านพักกงสุลใหญ่และแจ้งคนไทยที่ต้องการความช่วยเหลือให้ติดต่อมายังบ้านพัก ขณะนี้สถานกงสุลได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลทั่วมุมไบเพื่อตรวจสอบว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บและถูกนำไปรักษาตัวหรือไม่ อย่างไรก็ดีได้ประกาศเตือนคนไทยในมุมไบว่าอย่าออกนอกบ้านพัก และเปิดมือถือไว้เพื่อความสะดวกในการติดต่อ


พบคนไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์ก่อการร้ายในมุมไบ1คน

เวลาต่อมา กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ ว่า คนไทยที่อาศัยและทำงานอยู่ในเมืองมุมไบส่วนใหญ่ปลอดภัยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ยกเว้นคนไทยจำนวน 6 คนที่ทำงานอยู่ในโรงแรมโอเบอรอย ไทรเดนท์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการหลักของกลุ่มผู้ก่อการร้าย โดยเป็นพ่อครัว 1 คนและพนักงานสปาหญิง 5 คน ในจำนวนนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบได้พยายามติดต่อและหาทางให้ความช่วยเหลือ จนในที่สุดสามารถติดต่อและช่วยเหลือจนปลอดภัยจำนวน 5 คน แต่เป็นที่น่าเสียใจว่าพนักงานสปา 1 คนเสียชีวิตจากการถูกยิง

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ติดต่อนายจ้างและญาติของบุคคลทั้งหกแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิต นายจ้างได้ทำกรมธรรม์ประกันชีวิตให้ ซึ่งกระทรวงจะได้ประสานกับนายจ้างเพื่อติดตามค่าเสียหายและค่าชดเชยอื่นๆ ให้ต่อไป ขณะนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบได้เร่งดำเนินการเพื่อส่งศพผู้เสียชีวิตกลับมายังภูมิลำเนาในประเทศไทยแล้ว